แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อวงษ์ วัดปริวาส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อวงษ์ วัดปริวาส แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วัตถุมงคลหลวงพ่อวงษ์

วัตถุมงคลยุคต้น
หลวงพ่อวงษ์เริ่มสร้างวัตถุมงคลประมาณปี 2485 เป็นพระพิมพ์สมเด็จเนื้อผง จากคำบอกเล่าของท่านที่เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า ท่านเขียนผงได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 ปี ท่านเขียนผง นะปถมัง และผง อิทธิเจ (และจากคำบอกเล่าของปู่เสงี่ยม เคยเห็นหลวงพ่อวงษ์เขียนลบผงในปี 2478) ซึ่งหลวงพ่อใช้เวลาเขียนลบผงทั้ง 2 อย่างกว่า 10 ปี จนได้ผงพอสมควรแล้ว ท่านก็เริ่มทำพระผงพิมพ์สมเด็จ ครูอุดมเล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2489 ครูอุดมบวชเป็นพระอยู่ได้เห็นหลวงพ่อตำผงผสมผงพิมพ์พระแล้ว หลวงพ่อทำพระหลายปี แต่ได้พระไม่มากเท่าไหร เพราะว่าท่านผสมผง นะปถมังและผงอิทธืเจมาก จึงเปลืองผงมากเนื้อพระก็มีมวลสารน้อยเพราะมีผงมาก และพระของท่านจะถูกน้ำไม่ได้จะละลายเป็นก้อน พระของท่านมีดินสอพองเป็นหลัก มีกล้วยเป็นตัวประสาน มีข้าวสุกตากแห้ง พระของท่านจึงมีกลิ่นหอม ถ้าเก็บรักษาไม่ดีจะมีแมลงกัดแทะทำให้พระของท่านเหลือมาถึงปัจจุบันน้อย และพระเครื่องของท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก มักจะมีผู้ที่ชอบขูดขอบพระบ้าง เจาะด้านหลังบ้าง แช่น้ำบ้าง เพื่อนำผงของพระไปใช้ในทางเสน่ห์เรื่องผู้หญิง และใช้ได้ผลดี จนมีเรื่องมาถึงท่านหลวงพ่อต้องคอยแก้ไข จนท่านต้องเอ่ยปากแช่งผู้ที่นำผงไปใช้แล้วได้ผลแต่ไม่รับผิดชอบเลี้ยงดู “ขอให้ฉิบหาย” ท่านจึงนำพระผงที่เหลือไปบรรจุในเจดีย์

และในปี 2523 หลวงพ่อสมชาย ได้ทำการบูรณะเจดีย์องค์ดังกล่าว พบพระผงของท่านได้ละลายรวมกันเป็นก้อนด้วยความชื้นในองค์เจดีย์ แต่ความไม่รู้ของคนงานได้ฉีดน้ำทำให้พระของท่านละลายซึมลงพื้นไปหมด เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง


เสือหลวงพ่อวงษ์ วัดปริวาส
แบบพิมพ์พระ
หลวงพ่อวงษ์ ท่านมีความเลื่อมใสต่อองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต วัดระฆังมาก ท่านจึงนำแบบพิมพ์ของสมเด็จมาเป็นแบบอย่าง ผู้ที่เคยได้รับพระจากมือหลวงพ่อ ยืนยันว่าเคยได้แต่พระที่เป็นพิมพ์สมเด็จ ไม่เคยได้รับพิมพ์อื่นเลย
ร.อ.ประยูร ภู่บัวเผื่อน ซึ่งเคยบวชเป็นพระที่วัดเล่าให้ฝังว่า เคยเห็นหลวงพ่อพิมพ์พระอยู่ก็เลยชวนพระในพรรษานั้นไปหา หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ขอบูชาพระพิมพ์ชินราชมา แล้วนำมาถอดพิมพ์เพื่อพิมพ์พระผง โดยใช้เด็กรับใช้ในกุฏิท่าน ชื่อเน่า หรือนายสุทศ ยุวชาติ นำผงของท่านมาให้ และช่วยกันทำพิมพ์ไ
ด้มากพอควรแล้วก็แบ่งกันโดยไม่ได้ให้หลวงพ่อปลุกเศกอีก เพราะผงของท่านทำเสร็จแล้วไม่ต้องเศกอีก ทำให้พระชินราชนี้เหมือนของพระพิมพ์ชินราชหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ร.อ.ประยูรยังเล่าอีกว่าเคยเห็นพระของหลวงพ่อเป็นพิมพ์สมเด็จเท่านั้นไม่มี พิมพ์อื่นอีก จึงพอสันนิษฐานว่า พิมพ์ของท่านมีแต่พิมพ์สมเด็จส่วนพิมพ์อื่นนั้นน่าจะเป็นของลูกศิษย์ทำกัน เอง โดยใช้ผงของหลวงพ่อวงษ์มาผสม แต่พระของหลวงพ่อเองนั้นจะมีผงมาก เพราะหลวงพ่อทำเอง และที่พระพิมพ์ของท่านจะมีลายมืออยู่ที่ด้านหลังพระทุกองค์ เพราะท่านกดพิมพ์เององค์เดียว เพียงใช้ลูกศิษย์ตำผงให้เท่านั้น พิมพ์ของท่านเป็นหินลับมีด
เมื่อหลวงพ่อสมชายขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ได้สำรวจกุฏิของหลวงพ่อยังพบแบบพิมพ์ พระนางพญา พระชินราช พระนาคปรก และได้นำไปบรรจุไว้ในฐานเจดีย์ พระของท่านมีหลายขนาด และที่เห็นมี 4 ขนาดคือ
- ขนาดใหญ่แบบไกเซอร์
- ขนาดกลาง ประมาณ 3 x 4 เซนติเมตร
- ขนาดเล็กเท่ากันพิมพ์สมเด็จวัดระฆัง
- และขนาดเท่ากับ 1 x 1 เซนติเมตร (พิมพ์คะแนน หายากมาก)
แบบพิมพ์ที่พบเห็นนั้นมี พิมพ์สมเด็จ พิมพ์ไกเซอร์ พิมพ์แขนหักศอก พิมพ์แขนตรง พิมพ์ไหล่ตรง พิมพ์อกร่อง พิมพ์คะแนน พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์พระชินราช พิมพ์หลวงพ่อโต พิมพ์นางพญา พิมพ์พระรอด
และพิมพ์ซุ้อกอ

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประวัติหลวงพ่อวงษ์ วัดปริวาส

หลวงพ่อวงษ์ บิดาชื่อ นายเลียบ เจริญกุล มารดาชื่อ นางจั่น เจริญกุล
เกิดเมื่อวัน เสาร์ที่ 7 มิ.ย. 2445 บ้านเลขที่ 193 ต.บางโพงพาง อ.บ้านทวาย(ยานนาวา) กรุงเทพฯ มีพี่น้อง 8 คน เป็นคนที่ 5

การศึกษา

จากการ สอบถามปู่เสงี่ยม เถื่อนอิ่ม อายุ 91 ปี ได้ความว่า ในสมัยนั่นใครที่เรียนหนังสือกับพระวัดปริวาสฯ แล้วต้องไปสอบไล่เพื่อจบ ป.4ที่ ร.ร.วัดไพชยนต์ ฝั่งพระประแดง จากประวัติของท่านบันทึกว่าท่านจบป.4 ไม่ทราบ ร.ร.แต่สันนิษฐานว่า ท่านเรียนหนังสือกับพระที่วัด แล้วไปสอบเทียบความรู้จนจบป.4 ซึ่งถือว่าสูงสุดในสมัยนั้นจนอายุ 21 ปี ก็โดนเกณฑ์ไปเป็นทหารเรืออยู่ในกรมสรรพวุธบางนา ปลดประจำการเมื่ออายุ 23 ปี


บรรพชา
หลังปลดประจำการก็อุปสมบท ที่วัดปริวาสฯ เมื่อวันพุธ ที่ 17 มิ.ย. 2468 โดยมี พระครูวินยานุบูรณาจารย์(เชย)
วัดโปรดเกษเชษฐาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดไม้วัดปริวาสฯเป็นพระกรรมวาจารย์ พระครูขันตยาภิวัฒน์ วัดด่าน
เป็นพระอนุสาวนาจารย์
การศึกษาบวชเรียน
เมื่ออุปสมบทแล้วได้เดินทางไปศึกษาที่สำนักเรียน วัดทองธรรมชาติ วัดจักรวรรดิราชาวาส(สามปลื้ม) วัดมหาธาตุ
จนสอบได้ นักธรรมชั้นตรี และได้เรียนภาษาบาลีแบบมูลกัจจายน์ ขอมบาลีและขอมไทยจนชำนาญ แตไม่ได้เข้าสอบเพิ่ม
เนื่องจากพระปลัดไม้มรณะภาพในปี 2471 และหลวงพ่อวงษ์ ก็ได้รับการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส วัดปริวาสฯ
เมื่อ ปี 2472 ท่านจึงหยุดการศึกษาเนื่องจากไม่มีเวลา

การศึกษาวิทยาคม

1.ศึกษาจากพระปลัดไม้ วัดปริวาสฯ ซึ่งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ จากการสอบถามปู่ฟัก ปู่เสงี่ยม อายุเกิน 90 ปี ยาย อารี อายุ 88 ปี จึงทราบว่า พระปลัดไม้มีชื่อเสียงจากการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพร
และการสูญฝีด้วยปูน กินหมากและชำนาญวิชาจับยามสามตา และถ่ายทอดวิชาต่างๆให้แก่หลวงพ่อวงษ์
2.ปู่ เนียน สังข์เนตร อาศรมบางวัว สมุทรปราการ ติดค่ายสรรพวุธบางนา ท่านศึกษาวิชาจากปู่เนียนมากที่สุด เช่น การเล่นแร่แปรธาตุ การต้มปรอท การรักษาโรค การเขียนผงลบผง ซึ่งท่านก็สามารถปฏิบัติได้ดี ไม่แพ้ผู้เป็นอาจารย์
3.พระครูรัตนรังษี(หลวงพ่อพุ่ม)วัดบางโคล่นอก ซึ่งเก่งวิชาวิปัสสนา และโด่งดังมากในยุคนั้น แม้แต่สมเด็จพระสังฆราช แพยัง ทรงเลื่อมใส ไดปทานผ้ากราบให้เป็นเครื่องยกย่อง
4.ศึกษาจากตำราเก่า ทั้งตำราเขียนผงอิทธิเจ การลงตะกรุด ตำรายารักษาโรค ตำราจับยามสามตา ตำราคาถาต่างๆ ประมาณ 3 หีบไม้ ที่ได้รับตกทอดมาจากพระปลัดไม้ และอาจรย์ท่านอื่นอีกหลายท่าน
5.ศึกษาจากหลวงปู่ปาน วัดมงคลโคธาวาส(บางเหี้ย) ท่านน่าจะศึกษาจากหลวงปู่ปาน ทางนิมิต ซึ่งท่านได้ศึกษาวิชาสร้างเสือและปลุกเศกเสือ ได้ขลังตามแบบหลวงปู่ปานผู้เป็นอาจารย์ แต่หลวงพ่อวงษ์ ไม่ได้สร้างเสือจากเขี้ยวเสือแกะเพราะไม่อยากทับรอยอาจารย์

แลกลิงค์

Create your own banner at mybannermaker.com!
Copy this code to your website to display this banner!
เอาลิงค์ติดที่เว็บท่านแล้วแจ้งที่ infothaiamulet@gmail.com