แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัวธนู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัวธนู แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ลักษณะสังเกตวัวธนู ล.พ.น้อย วัดศรีษะทอง

ลักษณะการสังเกตวัวธนูของหลวงพ่อน้อย

1. วัวธนูที่แท้จริง จะมีโครงลวดและแผ่นตะกรุด จึงทำให้มีน้ำหนัก หากวัวธนูตัวใดมีน้ำ หนักเบา ต้องถามที่มาที่ไปให้ละเอียดถี่ถ้วนแน่ชัด

2. วัวธนูที่สร้างจากชันโรง เนื้อชันโรงจะมีความแห้งและแน่นตัวมาก เมื่อใช้กล้องส่องดู จะเห็นเนื้อชันโรงเหมือนผสมผงอยู่ด้วย แต่แท้ที่จริงแล้ว มันคือเปลือกต้นพุทราผุที่เอามาเคี่ยวรวมกันนั่นเอง

3. ชันโรงที่ปั้นเป็นวัวธนู จะต้องมีสีแดงดำอมน้ำตาล สีจะไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผิวกายของวัวธนู จะมีลักษณะหยาบ ไม่เรียบร้อย

4. ไม่มีการลงอักขระใด ๆ ที่ตัววัวธนูทั้งสิ้น หากมีนั่นย่อมแสดงว่าเอามาลงในภายหลัง นอกจากนี้ ไม่มีการปิดทองที่ตัววัว ถ้ามีปิดก็ปิดเป็นบางจุดเท่านั้น ถ้าปิดทั้งตัวเป็นการปิดทีหลังแน่นอน ทั้งนี้ เพราะการสร้างวัวธนูนั้น มีกำหนดเวลาในการทำพิธีน้อยและต้องเสร็จให้ทันภายในพิธีด้วย

วัวธนู ล.พ.น้อย วัดศรีษะทอง
การบูชาวัวธนู ล.พ.น้อย
ในการบูชาวัวธนูของหลวงพ่อน้อย จะเหนื่อยหน่อยก็ตรงครั้งแรกเท่านั้นคือจะต้องไปหาน้ำจากสระถึง 5 แห่งมาใส่แก้วไว้บูชา ต่อจากนั้นให้หาใบพุทรา 5 ใบ หาใบหญ้าคา 5 ใบ แล้วนำมารวมเป็นขอดไว้ใบละเปาะ แต่ละขอดให้ภาวนาพระคาถาอุปคุตมัดมาร ที่ว่า อิมํ อฺงคพนฺธนํ อธิฎฐามิ เสร็จแล้วให้จุดเทียน 1 คู่ ธูป 4 ดอกบูชา แล้วให้น้อมรำลึกถึงปรมาจารย์ผู้ริเริ่มการสร้างวัวธนู ซึ่งก็คือสมเด็จพระวันรัตน์ วัดป่าแก้วเป็นท่านแรก และองค์สุดท้ายให้น้อมรำลึกถึงหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง เสร็จแล้วให้ภาวนาพระคาถากำกับวัวธนู ซึ่งมีข้อความดังนี้ เวทาสากุกุ ทาสาเวทา ยัสสะตะถะสาสา ทิกุกุทิสาสา กุตะกุ ภูตะภุโค โหตุเต ชัยยะมังคลานิ

พุทธคุณของวัวธนู ล.พ.น้อย
เชื่อกันว่าวัวธนูของหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทองนั้น มีพุทธคุณแบบที่เรียกว่าครอบจักรวาลเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมตตามหานิยม มีเสน่ห์ การค้าการขายดีเยี่ยม ทั้งปกป้องคุ้มครองตนเองและบ้านพักอาศัย ทำให้ศัตรูกลับมารัก ทำน้ำมนต์ก็ดีเลิศ กล่าวคือใช้น้ำที่อาบวัวธนูนั้นมาอาบตัวเรา เชื่อว่าจะไม่เจ็บป่วย หรือถ้าป่วยอยู่ ก็จะหายวันหายคืน ถ้าอาบประจำ ก็จะทำให้เกิดมีโชคลาภทั้งปี

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง

ล.พ.น้อย วัดศรีษะทอง
ประวัติหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง
หลวงพ่อน้อย เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2435 ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ ปีมะโรง ที่บ้านศรีษะทอง บิดาชื่อนายมา มารดาชื่อนางมี นาวารัตน์ หลวงพ่อน้อยมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน หลวงพ่อน้อย ท่านเป็นน้องคนสุดท้อง โยมบิดาของหลวงพ่อน้อยเป็นหมอ รักษาโรคแบบแผนโบราณและเป็นหมอไสยศาสตร์ที่เก่งกล้าทางอาคม ชาวบ้านเรียกกันว่า "พ่อหมอ" อยู่ยงคงกระพันขนาดเอามีดคมๆ สับเนื้อหนังตนเองให้ดูได้สบายไม่ระคายเคืองผิวหนังแต่อย่างใด ในสมัยที่ยังเป็นหนุ่มท่านเคยสู้กับนักเลงต่างถิ่น ถึงขั้นถูกรุม ท่านคนเดียว ยังไล่ฟันพวกนักเลงต่างถิ่นต่างบาง ด้วยดาบยับเยินไปทุกคน ขึ้นชื่อว่า "พ่อหมอ" นักเลงรุ่นนั้นเป็นส่ายหน้าหนีจนเป็นที่เลื่อมใสของคนลาวโดยทั่วไป

เมื่อหลวงพ่อน้อย ท่านอายุได้ 21 ปี ก็ได้บวช เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 14 ขึ้น 12 ค่ำ เดือนเมษายน พ.ศ. 2456 ปีฉลู โดยมีพระอธิการยิ้ว เจ้าอาวาสวัดแคเป็นพระอุปฌาจารย์,พระอธิการเกิด วัดงิ้วรายเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระภิกษุมุน วัดกลางคูเวียงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายาว่า "คนธโชโต"

เครื่องรางของขลัง หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง
เครื่องราง-ของขลัง ที่ขึ้นชื่อของท่านคือ พระราหูอมจันทร์ เนื้อกะลาตาเดียวและวัวธนู ท่านได้สร้างวัตถุมงคลและพระเครื่องหลายอย่าง เป็นที่เสาะหาต้องการของใครหลายๆคน เนื่องจากพุทธคุณสูงมาก โดยเฉพาะเครื่องรางของขลังที่ขึ้นชื่อคือ พระราหูอมจันทร์ของวัดศรีษะทองมีลักษณะและวิธีการสืบมาจาก หลวงพ่อไตร แต่ได้มีการสร้างมากที่สุดในสมัยหลวงพ่อน้อย เป็นการสร้างตามตำรับใบลานจานอักขระขอมลาวที่นำมาจากประเทศลาวโดยตรง

กะลาตาเดียวแกะพระราหู ล.พ.น้อย
พระราหูอมจันทร์ เนื้อกะลาตาเดียวของหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง
พระราหูอมจันทร์ของวัดศรีษะทองมีลักษณะและวิธีการสืบมาจากหลวงพ่อไตร แต่ได้มีการสร้างมากที่สุดในสมัยหลวงพ่อน้อย เป็นการสร้างตามตำรับใบลานจานอักขระขอมลาวที่นำมาจากประเทศลาวโดยตรง

เครื่องรางของขลังที่ให้คุณ ในด้านของโชคลาภ การพ้นเคราะห์ แก้กรรมต่างๆ และเพื่อเสริมดวงชะตาก็คงจะต้องยกให้กับพระราหูอมจันทร์ เนื้อกะลาตาเดียว แกะของหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง จ.นครปฐม

วัวธนู ล.พ.น้อย
วัวธนู หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง
วัวธนูของหลวงพ่อน้อย มีด้วยกัน 2 รูปแบบ แบบแรกเป็นวัวธนูที่แกะจากปลายยอดเขากระทิง แต่ค่อนข้างจะหายาก เนื่องจากเขาข้างเดียวแกะได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น อีกทั้งการแกะ ต้องแกะในช่วงเวลาตามฤกษ์ที่กำหนด

ส่วนแบบที่สองเป็นวัวธนูที่ปั้นขึ้นจากครั่ง ซึ่งครั่งที่จะนำมาสร้างวัวธนู ต้องนำมาจากกิ่งพุทราที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก กล่าวว่าต้องใช้ครั่งถึง 3ต้นขึ้นไป แต่หากใช้จากกิ่งตายพรายกิ่งเดียวก็พอ ด้วยมีอานุภาพตามความเชื่อ

แลกลิงค์

Create your own banner at mybannermaker.com!
Copy this code to your website to display this banner!
เอาลิงค์ติดที่เว็บท่านแล้วแจ้งที่ infothaiamulet@gmail.com